ประวัติการก่อตั้ง
 
สภาพปัจจุบันโรงเรียน
 
ปูชนียบุคคล
 
ผู้บริหาร
 
คณาจารย์
 
ทำเนียบผู้อำนวยการ
 
ทำเนียบนักเรียน
 
วิสัยทัศน์โรงเรียน
 
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
 
ข้อมูลบุคคลากร
 
เอกสารสำคัญ
 
โครงสร้างหลักสูตร
 
ปฎิทินการศึกษา
 
กรรมการนักเรียน
 
หนังสืออนุสรณ์
 
ภาพกิจกรรม
 
ศิษย์เก่าตัวอย่าง
 
เว็บบอร์ด
 
แผนที่ตั้ง
 
ติดต่อ
     
 
     
 
๓๖ แผนที่ชีวิตพ่อ
 
หลักการบริหาร
 
กลยุทธ์ในการสร้างมนุษย์ฯ
 
สูงสุดกลับสู่สามัญ
 
ลอยลม
 
โรยริน
 
พ่อคนใหม
 
หนึ่งในดวงใจข้าพเจ้า
 
มรดกทางการศึกษา
 
จากท้องนาสู้ฟ้าบางกอก
 
ความจริงไม่ใช่ความฝัน ฯ
 
งานห้องสมุด
 
รวมบทความทั้งหมด
 
 
 

กลยุทธ์ในการสร้างมนุษยสัมพันธ์กับบุคลากรในสถานศึกษา
Building Strategic Working Human Relationships with personnel in Schools

ธวัช  ดารารัตน์

                ในการปฏิบัติงานองค์กร  การที่จะชักจูงหรือชักนำให้บุคลากรในสถานศึกษาเกิดความร่วมมือร่วมใจในการปฏิบัติงาน เพื่อที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้ดำเนินไปสู่ความสำเร็จ บรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์ระยะยาวได้นั้น  จะต้องอาศัยกลวิธีในการติดต่อสื่อสารที่ดี  กล่าวได้ว่าความสำเร็จหรือความล้มเหลวขององค์กร ส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับกลวิธีในการติดต่อสื่อสารภายในองค์กร  และโดยเฉพาะการเรียนการสอนระหว่างครูและนักเรียนจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น  ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับการติดต่อสื่อสารเช่นเดียวกัน ดังนั้นกลวิธีที่จะนำไปสู่ความสำเร็จและนิยมนำมาปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย  คือ  กลยุทธ์  ( Strategy)
ความหมายของกลยุทธ์
                        กลยุทธ์หมายถึง วิธีการหรือแผนการที่คิดขึ้นอย่างรอบคอบ มีลักษณะเป็นขั้นเป็นตอน มีความยืดหยุ่นพลิกแพลงได้ตามสถานการณ์  มุ่งเอาชนะคู่แข่งขันหรือเพี่อหลบหลีกอุปสรรคต่าง ๆ จนบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
                        กลยุทธ์ หมายถึง กลวิธีที่องค์กรหรือหน่วยงานใด ๆ เลือกใช้สำหรับผลักดันองค์กรจากสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ไปสู่สภาพที่พึงประสงค์ในอนาคต
                        กลยุทธ์ หมายถึง วิธีการดำเนินงาน ทิศทางขององค์กร ซึ่งผู้บริหารระดับสูงได้จัดทำขึ้น เพื่อต้องการให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ขององค์กรที่กำหนดไว้ หรือเป็นไปตามสภาพการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
                อ้างอิง : ( เกรียงศักดิ์  เจริญวงศักดิ์,๒๕๔๒ , ชิรวัฒน์  นิจเนตร ๒๕๔๒,ธนีนาฏ  ณ สุนทร , ๒๕๔๕, )

                การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับบุคลากรในองค์กร เพื่อให้ได้มาซึ่งความศรัทธา ความรัก ความนับถือ ความภักดี  ความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน ให้ความสนับสนุนร่วมมือร่วมใจในการดำเนินกิจกรรมให้บรรลุเป้าหมาย ในการอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข โดยหลักการและแนวคิดของ มนุษยสัมพันธ์ (Human relations)
ความหมายของมนุษยสัมพันธ์
                มนุษยสัมพันธ์ในด้านวิชาการหมายถึง ศาสตร์และศิลป์ในการเสริมสร้างความสัมพันธภาพอันดีกับบุคคล ให้รู้วิธีการเข้ากับบุคคลเป็น รู้หลักการประพฤติตนในสังคมได้ เป็นที่เคารพรักและบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่ต้องการ                            
                มนุษยสัมพันธ์ในด้านการบริหารหมายถึง กระบวนการปฏิบัติเพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในองค์กรรวมพลังกันทำงานอย่างได้ผลและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้บังเกิดผลบรรลุเป้าหมาย
                มนุษยสัมพันธ์ หมายถึง  ศิลปะและการปฏิบัติในการนำความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์มาใช้ในการติดต่อเกี่ยวข้องกันเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ส่วนตัวและส่วนรวม
                        อ้างอิง: ( โยธิน  คันสนยุทธ์, ๒๕๒๕, วิจิตร  อาวกุล, ๒๕๒๗, สมพร  สุทัศนีย์, ม.ร.ว.,๒๕๓๗, เสถียร  เหลืองอร่าม, ๒๕๒๕, ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๓๐, อรุณ  รักธรรม, ๒๕๒๒, ธรรมรส  โชติกุญชร, ๒๕๒๔, เสริมศักดิ์  วิศาลาภรณ์, ๒๕๒๒, )
การสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีนั้น มีองค์ประกอบดังนี้
            4 การเข้าใจตนเอง
            4 การเข้าใจผู้อื่น
            4 การเข้าใจสิ่งแวดล้อม
                หัวใจพื้นฐานการสร้างมนุษยสัมพันธ์ทั้ง ๓ ด้าน ที่กล่าวแล้วนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการนำไปสู่ความสำเร็จในการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีแล้ว  ยังมีองค์ประกอบอื่นที่สำคัญต่อการฝึกการสร้างมนุษยสัมพันธ์ในการปฏิบัติในสถานศึกษา คือ
บัญญัติ ๑๐ ประการ สำหรับการฝึกการสร้างมนุษยสัมพันธ์ คือ
                ๑. การยิ้มให้บุคลากรด้วยกันและผู้อื่น
                ๒. การทักทายบุคลากรด้วยกันผู้อื่น
                ๓. การจำชื่อบุคลากรและเรียกให้ถูกต้อง
                ๔. การมีความเป็นมิตรกับทุกคน
                ๕. การมีความจริงใจกับทุกคน
                ๖. การให้ความสนใจอย่างจริงจัง
                ๗. อ่อนน้อมต่อคำชม ระมัดระวังต่อการวิจารณ์
                ๘. การมีความกระตือรือร้น
                ๙. การมีอารมณ์ขัน
                ๑๐. การมีความอดทน
                      บัญญัติ ๑๐ ประการที่กล่าว เป็นการเปิดประตูสัมพันธ์สู่บุคคลและบุคลากรและผู้อื่น, สังคมอื่น, สิ่งแวดล้อมอื่น ๆ และในที่สุดก็จะนำมาซึ่งการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีได้ในสถานศึกษา
                อ้างอิง:ชุติมา วงษ์สวัสดิ์. [Online]. Available URL:
                http://www.neepandin.com/data/society/society๒b.htm

เคล็ดลับการสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์
เคล็ดลับการสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ในการปฏิบัติงาน ที่จะช่วยให้ทุกคนเป็นที่ชื่นชอบของบุคลากรและผู้อื่นนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย หากใช้หลักการหรือแนวคิดดังต่อไปนี้
การสนใจในตัวบุคคลอื่น
                มีคำกล่าวไว้ว่าถ้าเรามีความสนใจในตัวบุคคลอื่นแล้วเราอาจจะหาเพื่อนใหม่ได้ภายใน ๒ เดือน แต่ถ้าหากเราจะหาเพื่อนใหม่ โดยการจูงใจให้เขามาสนใจในตัวเรา อาจจะต้องใช้เวลามากกว่า ๒ ปี เราจะสังเกตได้ว่าบุคคลผู้เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไปนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีความสนใจในตัวบุคคลอื่น ดังนั้นถ้าเราอยากเป็นที่รักใคร่ของผู้อื่น จึงต้องรู้จักแสดงความสนใจในตัวบุคคลอื่น  อาจจะโดยการไต่ถามสารทุกข์สุขดิบส่งการ์ดอวยพรหรือของขวัญให้เขาในวันเกิด หรือเทศกาลสำคัญ ๆ ส่งบทความ การ์ตูน หรือสิ่งอื่น ๆ ที่คิดว่าน่าสนใจให้แก่เพื่อนร่วมงาน สมาชิกในทีมงานโดยอาจจะส่งทาง E-mail ก็ได้และเมื่อเพื่อนร่วมงานมีปัญหาก็ควรเสนอตนเองช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ
การยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ
                บุคคลที่จะเป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็นมาที่สุด และนานที่สุดก็คือ บุคคลที่มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ เมื่อเราพบปะกับบุคคลเช่นนี้เราจะรู้สึกว่าเกิดความรัก ความนับถือขึ้นมาทันที ทั้ง ๆ ที่เราอาจจะยังไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลยก็ตามและจะสังเกตได้ว่าหัวหน้าที่มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส มีผลต่อจิตใจของผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างประหลาด ใบหน้าที่ยิ้มแย้มจะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความเกรงใจ ความกระตือรือร้นและความขยันขันแข็งมาเองโดยมิต้องใช้อำนาจบังคับแต่อย่างใด แต่การยิ้มในที่นี้ก็ต้องเป็นการยิ้มอย่างเต็มอกเต็มใจ ยิ้มอย่างเปิดเผย มิใช่แสร้งยิ้มชั่วครั้ง ชั่วคราวเพื่อหาประโยชน์ เพราะการยิ้มเช่นนั้นจะไม่ทำให้เกิดความประทับใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็นเลย 
การจำชื่อบุคคลต่าง ๆ
                คนเราย่อมสนใจและพึงพอใจในชื่อของตนเองมากกว่าชื่อใด ๆ ในโลก ดังนั้นการที่เราสามารถจำชื่อบุคคลอื่นได้ และสามารถเรียกชื่อเขาได้ อย่างถูกต้องจะทำให้เขาเกิดความภาคภูมิใจและคิดว่าเราระลึกถึงความสำคัญของเขาอยู่เสมอเขาจะเกิดความพอใจ และจดจำเราได้ตลอดไปเช่นเดียวกัน
การเป็นผู้ฟังที่ดี
                บุคคลที่เราสนทนาด้วยนั้นย่อมสนใจในตัวของเขาและความต้องการของเขา ดังนั้นถ้าเราปรารถนาจะเป็นที่รักใคร่ของบคุคลอื่นก็จะต้องรู้จักเป็นผู้ฟังที่ดี ด้วยการสนใจในเรื่องที่บุคคลอื่นพูดไม่พูดขัดคอขึ้นมาในขณะที่คู่สนทนายังพูดไม่จบ  พยายามจูงใจให้เขาสนทนาในเรื่องที่เขาสบายใจและควรสนับสนุนหรือชมเชยคู่สนทนาเป็นครั้งคราว
การพูดในเรื่องที่ผู้ฟังสนใจ
                เดล คาร์เนกี้ เคยกล่าวไว้ว่าถ้าเราปรารถนาจะสร้างความนิยมขึ้นในตัวเองแล้วจงสนทนาแต่งในเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคู่สนทนา ดังนั้นเมืองเราต้องการเป็นที่รักใคร่ชอบพอของบุคคลอื่นเราก็ต้องรู้ว่าคู่สนทนาของเรา สนใจในเรื่องอะไรและต้องพยายามแสวงหาข้อมูลจากที่ต่าง ๆ แต่ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องรู้ข้อมูลทุกอย่างทั้งหมด ในบางเรื่องเรารู้เพียงแต่จะกล่าวนำหรือคอยรับฟังก็เพียงพอแล้ว

การรู้จักยกย่องบุคคลอื่น
                นักจิตวิทยาหลายท่านกล่าวไว้ว่าความปรารถนาอันแรงกล้าอย่างหนึ่งของมนุษย์ ก็คือความปรารถนาที่จะได้รับคำสรรเสริญ คนเราต้องการได้รับคำยกย่องจากผู้ที่เราติดต่อด้วย ต้องการให้ผู้อื่นรู้ว่าเรามีความสำคัญ และต้องการให้เพื่อนของเรายกย่องสรรเสริญเราอย่างเต็มอกเต็มใจ และชมเชยเราในทุกโอกาสที่จะทำได้ ดังนั้นเมื่อเราปรารถนาจะเป็นที่ชอบพอของบุคคลอื่น เราก็ต้องปฏิบัติต่อคนอื่น เช่นเดียวกับที่เราต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา นั่นก็คือการระลึกถึงความสำคัญของผู้อื่นในทุกโอกาส
                สรุปได้ว่าการปฏิบัติงานทุกอย่างย่อมมีอุปสรรคทั้งสิ้น แต่ถ้าหากว่าคนเราทุกคนรู้จักคิดและสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ในการปฏิบัติงาน แล้วนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ คนเราก็จะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพ ด้วยความศรัทธา ความรัก ความนับถือ ความภักดี  ความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน ให้ความสนับสนุนร่วมมือร่วมใจในการดำเนินกิจกรรมให้บรรลุเป้าหมาย ในการอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขยิ่งขึ้น
 อ้างอิง : กองบริการการศึกษา.มหาวิทยาลัยนเรศวร. [Online]. Available URL: http://www.acad.nu.ac.th/relation.htm

 

 

 
 

 

 
   
 

โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
วัดพระเชตุพน ตึกสันติวัน ถ.สนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม 10200
โทร.0-2222-6816,08-4466-7074, แฟกซ์ 0-2222-6816, e-mail baleesatit@hotmail.com
Copyright 2009 © www.baleesathit.com