จากท้องนา  สู่ฟ้าบางกอก  (โรงเรียนบาลีมัธยมศึกษา  มจร)

                                                                                                                โดยอาจารย์บุญรอด  เพียงแก้ว
                                                                                                                ข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร

                     ผมได้เดินทางจากบ้านแกดำ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน  ๒๕๐๒  จุดหมายปลายทางคือวัดสิตาราม (วัดคอกหมู) สี่แยกหลานหลวง  เขตป้อมปราบ ฯ กทม.  โดยอยู่ใต้ใบบุญของหลวงพ่อพระไพโรจน์พัชรธรรมาภรณ์ (พระมหาธีร์ โกวิโท ธีร์  เพียงแก้ว)  อดีตผู้กำกับแผนกบาลีมัธยมศึกษา ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นผู้อำนวยการ (ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้ว)  และได้เริ่มเข้าศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ จนจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ (ม.ศ. ๓) ในปีการศึกษา ๒๕๐๗ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาในกรุงเทพมหานครของข้าพเจ้า ๒๕๐๘ – ๒๕๐๙  เข้าศึกษาต่อ ม.ศ. ๔ – ๕  ที่โรงเรียนบาลีเตรียมอุดมศึกษา  วัดมหาธาตุ  พ.ศ.  ๒๕๑๐  เริ่มทำหน้าที่เป็นครูสอนที่โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา  มจร  จนถึง  พ.ศ.  ๒๕๓๒  จึงขอลาออกเนื่องจากมีภารกิจเพิ่มมากขึ้นไม่มีเวลาเพียงพอที่จะมาถวายความรู้แด่พระภิกษุสามเณร  คือการเปลี่ยนสายงานจากครูผู้สอนไปเป็นนักวิชาการ (ศึกษานิเทศก์)  ของสำนักงานเขตพญาไท ซอยอารีย์  ถนนพหลโยธิน
                     ข้าพเจ้ามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้รับการประสานจาก  ผศ.ดร.ธีรยุทธ  พึ่งเทียร  ผช.อธิการบดี  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยด้านกิจกรรมพิเศษ  ซึ่งเป็นลูกศิษย์รุ่นแรกที่ข้าพเจ้าได้สอนมา  และเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา  ขอให้ข้าพเจ้าเขียนรำลึกถึงความหลังและความเป็นมาในอดีต ความจริงแล้วโรงเรียนบาลีมัธยมศึกษา – บาลีสาธิตศึกษา เป็นสถาบันที่ทรงคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง เพราะนักเรียนแต่ละรูป/คนที่เข้ามาศึกษาในสถาบันแห่งนี้ มาจากทุกภาคของประเทศไทย (ชาวเขาเผ่าต่าง ๆ จากภาคเหนือ เชียงใหม่, น่าน, เชียงราย)รวมทั้งมาจากประเทศชาวเนปาลด้วย ฉะนั้นโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษาจึงเปรียบเสมือนเป็นฐานที่สำคัญมั่นคงสำหรับทุก ๆ คนที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ  มีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าทั้งในส่วนราชการและการประกอบอาชีพส่วนตัว  กระผมใคร่ขออนุญาตยกตัวอย่างศิษย์เก่าดีเด่นและประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน เพื่อเป็นการยกย่องเกียรติภูมิของท่าน  และนำชื่อเสียงมาสู่สถาบันของเราสัก  ๒ – ๓  ท่าน  คือ
                     ๑.  ท่านอาจารย์จำนงค์  สวมประคำ อดีตเลขาธิการวุฒิสภา (ระดับ  ๑๑) ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาประเภทสรรหาและกำลังศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
                     ๒.  ท่านอาจารย์  รศ.ดร.เปรื่อง  กิจรัตภร  อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร (๘  สมัย  ๘  ปี)
                     ๓.  ท่านอาจารย์ รศ.ดร.สมาน งามสนิท อดีต  ส.ส.อุบลราชธานี  อาจารย์ผู้บรรยายหลักสูตรปริญญาโท – เอก ที่มหาวิทยาลัยเกริก, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์
                      กระผมต้องขอกราบเป็นอย่างยิ่งที่ไม่สามารถกล่าวนามศิษย์เก่าที่ประสบผลสำเร็จอีกเป็นจำนวนมากได้เพราะเนื้อที่จำกัด  ภายใต้ร่มเงาโพธิ์ลังกา  วัดโพธิ์ท่าเตียน  พวกเราทุกคนถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์  ให้ความอบอุ่นแก่คณะครู – อาจารย์  และลูกศิษย์ทุก ๆ คน ที่เข้ามาอาศัยใบบุญบารมี
                     ในวโรกาสที่โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ได้ก่อตั้งมาครบ  ๖๐  ปี  กระผมขอกราบอวยพรให้สถาบันแห่งนี้  จงเจริญก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง  เพื่อให้โอกาสแก่ยุวชนรุ่นหลังได้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนต่อไป  และขออวยพรให้คณะครู – อาจารย์  และนักเรียนทุก ๆ รูป  จงมีพลานามัยที่แข็งแรง  สมบูรณ์ตลอดไป

 

                                                                ด้วยความรักและความปรารถนาดีจากใจจริง

                                                  
                                                                             (อาจารย์บุญรอด  เพียงแก้ว)
                                                                       อดีตศึกษานิเทศก์กรุงเทพมหานคร
                                                                                  ศิษย์เก่า พ.ศ.  ๒๕๐๗
                                                                ๐๒ – ๙๐๔๒๓๙๐ , ๐๘๖ – ๑๓๔๕๔๕๔