ประวัติการก่อตั้ง
 
สภาพปัจจุบันโรงเรียน
 
ปูชนียบุคคล
 
ผู้บริหาร
 
คณาจารย์
 
ทำเนียบผู้อำนวยการ
 
ทำเนียบนักเรียน
 
วิสัยทัศน์โรงเรียน
 
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
 
ข้อมูลบุคคลากร
 
เอกสารสำคัญ
 
โครงสร้างหลักสูตร
 
ปฎิทินการศึกษา
 
กรรมการนักเรียน
 
หนังสืออนุสรณ์
 
ภาพกิจกรรม
 
ศิษย์เก่าตัวอย่าง
 
เว็บบอร์ด
 
แผนที่ตั้ง
 
ติดต่อ
     
 
     
 
๓๖ แผนที่ชีวิตพ่อ
 
หลักการบริหาร
 
กลยุทธ์ในการสร้างมนุษย์ฯ
 
สูงสุดกลับสู่สามัญ
 
ลอยลม
 
โรยริน
 
พ่อคนใหม
 
หนึ่งในดวงใจข้าพเจ้า
 
มรดกทางการศึกษา
 
จากท้องนาสู้ฟ้าบางกอก
 
ความจริงไม่ใช่ความฝัน ฯ
 
งานห้องสมุด
 
รวมบทความทั้งหมด
 
 
 

มรดกทางการศึกษา ของสมเด็จพระสังฆราช  (ป๋า) วัดพระเชตุพน
************************
                วัดพระเชตุพน หรือวัดโพธิ์ท่าเตียน เป็นวัดหลวง ชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร  เรียงเป็นอันหนึ่ง ของวัดทั้งหลายที่มีอยู่กว่า ๓๐,๐๐๐  วัด ในประเทศไทย ที่ได้เป็นพระอารามหลวง นั้น ก็เพราะเป็นวัดที่เก่าแก่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกิดมาสมัย กรุงศรีอยุธยา ชื่อวัดโพธาราม หรือเรียกสั้น ๆ ว่าวัดโพธิ์ ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง
 ประมาณ พ.ศ. ๒๓๑๑ สมัยกรุงธนบุรี และมาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้สถาปนากรุงเทพมหานคร วัดพระเชตุพน จึงได้รับการบูรณะ และสถาปนาให้เป็นวัดหลวงประจำรัชกาล ที่ ๑ คู่กับพระบรมมหาราชวัง  เพราะในสมัยนั้น วังกับวัดท่านจะสถาปนาเป็นของคู่กัน  และพระองค์ทรงประสงค์ให้วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนนี้เป็น ศูนย์กลางแห่งการศึกษา ได้ทรงรวบรวมตำรายา คัมภีร์ต่าง ๆ พุทธศิลป์และวิทยาการอื่นๆ มากมายในสมัยอยุธยามารวมเก็บไว้ที่วัดพระเชตุพน ต่อมาสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ได้ทรงบูรณะวัดพระเชตุพนขยายให้มากและยิ่งใหญ่ขึ้น  เช่น พระอุโบสถ์  พระมหาเจดีย์และพระวิหารพระพุทธไสยาสจนทำให้วัดโพธิ์เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในนามวัดพระนอน (The Recrining  Buddha Temple หรือWat Po)  ที่ศาลาหมอนวด ฝาผนังและตามเสาพระระเบียง ทำให้วัดพระเชตุพน เป็น  วัดมหาวิทยาลัยแห่งแรกของชาติ (The First  University of  thailand ) และยิ่งกว่านั้น  ศิลปศาสตร์บางแขนง เช่น ตำราฤาษีตัดตนเป็นท่าฝึกโยคะบริหารกายหายเมื่อยและแก้โรคต่างๆ  และที่สำคัญตำราหมอนวดที่ศาลาหมอนวดหน้าพระมหาเจดีย์สี่รัชกาลนั้น  องค์การยูเนสโก(Unesco)
ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกด้านบันทึกความทรงจำของโลก เมื่อปีพ.ศ.๒๕๔๖ (?) ดังนั้นวัดพระเชตุพนกับการศึกษาศิลปะศาสตร์ต่างๆ จึงสัมพันธ์และสืบสานกันมาไม่ขาดสาย  ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นเจ้าอาวาส ก็ต้องรักษาสืบทอดมรดกทางการศึกษาที่เป็นศิลปศาสตร์และสรรพศาสตร์และสถาบันการศึกษาทุกแห่งของวัดตลอดมา
                เมื่อข้าพเจ้ายังเป็นสามเณรได้เข้ามาอยู่สังกัดวัดพระเชตุพนเมื่อพ.ศ.๒๕๑๕ จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ๓๐ ปีเศษ สมัยสมเด็จพระวันรัต (ป๋า) หรือสมเด็จป๋า (ปุ่น  ปุณณสิริ ป.ธ. ๖)ต่อมาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จสังฆราช องค์ที่ ๑๗ ของประเทศไทย 
                บรรยากาศในวัดโพธิ์ตอนนั้นในเขตพุทธาวาสดูคึกคักไปด้วยพระภิกษุสามเณรที่มาศึกษาวิชาการต่างๆ โดยเฉพาะโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ตอนนั้นจะเรียนอยู่ตามศาลารายรอบวัดตั้งแต่ตะวันตกถึงตะวันออกศาลาที่เป็นโรงเรียนนวดแผนโบราณปัจจุบันก็เป็นที่เรียนด้วยยามพักก็เห็นพระเณรนักเรียนเดินขวักไขว่กันไปมาน่าสนุกดี
                ตามศาลารายด้านตะวันตกอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนกรุงเทพมหานคร หรือโรงเรียนวัดโพธิ์ นอกจากจะเป็นโรงเรียนเด็กแล้ว ตอนเย็นก็เป็นโรงเรียนผู้ใหญ่ของ อาจารย์ชำนาญ นิสารัตน์ และโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษพิเศษอีกด้วยซึ่งข้าพเจ้าเองก็ได้จบการศึกษาผู้ใหญ่จากวัดพระเชตุพนนี้แล้วไปต่อ ที่คณะพุทธศาสตร์จบ พธบ. รุ่น ๒๘ พ.ศ. ๒๕๒๔  ก็ได้เข้ามาเป็นนิสิตปฏิบัติงานอยู่  ที่โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษาวัดพระเชตุพน  และได้บรรจุเป็นอาจารย์ประจำ  ณ โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๗ จนกระทั่งถึง พ.ศ.๒๕๓๙ ในขณะเป็นรองผู้อำนวยการ ได้ขอโอนย้ายไปเป็นอาจารย์คณะพุทธศาสตร์(หลังจากจบ ศศม. จากมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๕) และอยู่มาจนถึงปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะพุทธศาสตร์ อดีตหัวหน้าภาควิชาศาสนาและปัจจุบันเป็นรองคณบดีและ ได้ตำแหน่งทางวิชาการระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ นี้ก็เป็นเส้นทางการศึกษาของเณรน้อยๆรูปหนึ่งที่มาจากลูกชาวไร่ชาวนาจากชัยภูมิสู่กรุงเทพมหานคร วัดพระเชตุพนซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางแห่งการศึกษาเสมือนเป็นตักกศิลาของพระภิกษุสามเณรทั่วไปที่ได้เข้ามาอยู่ ในส่วนกลางกรุงเทพมหานคร ผู้จบโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา และการศึกษาอื่น ๆ ที่วัดพระเชตุพนแห่งนี้แล้วได้ไปต่อยอดให้สูงขึ้นจนจบปริญญาตรี โท เอก และกลับไปพัฒนามาตุภูมิและเป็นครูบาอาจารย์ตามสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานของรัฐต่างๆทั่วประเทศก็เพราะจุดเริ่มต้นจากวัดพระเชตุพนแห่งนี้มีไม่น้อยเลยทีเดียว
                บรรยากาศโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษาสมัย  ที่ข้าพเจ้าอยู่ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๗  โรงเรียนยังตั้งอยู่ที่ศาลาโพธิ์ลังกาด้านทิศใต้พระวิหารพุทธไสยาส(พระนอน) บริเวณต้นโพธิ์ลังกา (ปจจุบันถูกรื้อเป็นสวนไม้ต่อตามเดิมสมัยร. ๓ ไปแล้ว) ทำเป็นศาลาฟังทำธรรมรอบต้นโพธิ์ ตรงนี้แหละทางวัดได้มุงหลังคาโดยให้ต้นโพธิ์ลังกาโผล่ขึ้นตรงกลางหลังคา ใช้เก๋งจีนเป็นสำนักงาน(office)ของโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา สมัยนั้นมีคณะผู้บริหารคือ พระครูวรกิจจาภรณ์ (ยิน  วรกิจฺโจฺ)  ผู้อำนวยการ พระมหาจำนงค์ เป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายธุรการ  พระมหาสมชาติ  เป็นรองฝ่ายวิชาการในศาลาโพธิ์ลังกานั้นก็จัดเป็นห้องเรียนกันคนละมุม ม.๑ ม.๒ และม.๓  และแต่ละชั้นก็มีหลายห้องจึงขยายไปเรียนในศาลารอบมณฑป เมื่อถึงวันพระโรงเรียนปิด ญาติโยมก็มาจำศีลฟังเทศน์กันเต็ม ใช้ศาลาโพธิ์ลังกากันคุ้มเลย
                โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษาเดิมชื่อว่าโรงเรียนบาลีมัธยมศึกษา มหาวิทยาลัยมหา       จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย   ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ  อาสภมหาเถระ) สมัยเป็นพระพิมลธรรมท่านได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๒ หลังจากที่คณะพระมหาเถระได้เปิดสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา  คือมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามพระปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โดยเปิดคณะพุทธศาสตร์เป็นคณะแรกและเพื่อรองรับระดับอุดมศึกษาจึงได้ตั้งโรงเรียนบาลีมัธยมศึกษา ระดับ ม.๑-.๓ อยู่ที่วัดพระเชตุพน โรงเรียนบาลีเตรียมอุดมศึกษามจร. ระดับ ม.ศ.๔ – ๕ อยู่ที่วัดมหาธาตุและบาลีอบรมศึกษา มจร. อยู่ที่  วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร(ภูเขาทอง) นี้เป็นเพียงให้เห็นเส้นทางการศึกษา พระภิกษุสามเณร ในสมัยนั้น พระราชรัตนโมลี (นคร เขมปาลี) เป็นเลขาธิการ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและเป็นผู้มีส่วนก่อตั้งโรงเรียนบาลีมัธยมที่สำคัญด้วยท่านหนึ่ง
                โรงเรียนบาลีมัธยมศึกษานั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็นบาลีสาธิตศึกษาในเวลาต่อมาและได้มาอยู่วัดพระเชตุพน  ประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๙ สมัยสมเด็จพระวันรัต(ปุ่น) (ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่๑๗)   เป็นเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน ซึ่งพระองค์ท่านได้ดูแล ส่งเสริมและสนับสนุนมาเป็นอย่างดีโดยมีพระธรรมราชานุวัตร (หลวงเตี่ย) เป็นพระผู้ใหญ่ที่มีเมตตามากท่านดูแลการศึกษามาตลอดชีวิต สอนเด็กนักเรียนมาตั้งแต่เป็นพระหนุ่มจนกระทั่งมรณภาพ อายุร่วม ๘๐ ปีจึงหยุด 
สำหรับโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษาต่อมาข้าพเจ้าได้รับตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการก็ได้ร่วมงานกับท่านพระครูวรกิจจาภรณ์ (ยิน  วรกิจฺโจ) เจ้าอาวาสวัดชัยชนะสงคราม (วัดตึก) ต่อมาได้เลื่อนเป็นพระราชาคณะตามลำดับปัจจุบันเป็นชั้นราชที่ พระราชวิริยสุนทร ได้ช่วยท่านจัดการศึกษาซึ่งขณะนั้นงานหนักที่สุดก็คือ การโรเนียว ข้อสอบส่งไปยังโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษาระดับมัธยมที่เปิดกันในประเทศไทย สมัยนั้นล้วนมีหนังสือมาขอข้อสอบจากส่วนกลางนี้ทั้งนั้น ประมาณเกือบ๒๐ โรง  ซึ่งท่านได้ลงมือโรเนียวข้อสอบด้วยตนเอง  ข้าพเจ้าก็ได้ช่วยและศึกษางานจากท่านต่อมาเมื่อท่านได้ย้ายเข้ามาเป็นที่ปรึกษาอธิการบดีอยู่ที่ มจร. วัดมหาธาตุ และพระครูปลัดสุวัฒนสารคุณ หรือปัจจุบันคือ พระวิเชียรธรรมคุณาธาร เป็นผู้อำนวยการสืบมา
                พ.ศ. ๒๕๓๐ โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษาก็ได้ย้ายจากศาลาโพธิ์ลังกาเขตพุทธาวาสไปอยู่หอสมุดสันติวันหรือตึกอภิธรรมอาคาร ๓ ชั้น เขตสังฆาวาส ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับโรงเรียนตั้งตรงจิตรพณิชยการ  สมัยพระวิสุทธาธิบดี  (สง่า   ปภสฺสโร ป.ธ. ๘)  เป็นเจ้าอาวาส พระวิเชียรธรรมคุณาธารเป็นผู้อำนวยการมาจนถึงพ.ศ.๒๕๕๒เมื่อท่านออกแล้ว พระอุดรคณารักษ์(วินัย ป.ธ.๔, พธบ.)      เป็นผู้อำนวยการรูปปัจจุบัน
                โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษาเป็นเสมือนมรดกของสมเด็จป๋าหรือของวัดพระเชตุพน เพราะเรื่องการศึกษานั้นสมเด็จพระสังฆราช (ป๋า) นั้น ให้ความสำคัญมากยิ่งกว่าด้านวัตถุ เพราะวัตถุนั้นสร้างได้  รักษาได้ยาก  ถ้าหากคนไม่ได้รับการศึกษาแล้ว วัดจะเหลืออะไร  โบราณวัตถุของวัดจะเหลืออะไร เพราะคนมีปัญญาเท่านั้นที่จะรักษาสมบัติของชาติของพระศาสนาไว้ได้  เพราะเห็นความสำคัญของการศึกษานี้เองท่านได้รื้อกุฎิสร้างเป็นโรงเรียน พต. หรือ พตพ.ปัจจุบันให้เด็กได้เรียนหนังสือเป็นจำนวนมากประมาณ ๓,๐๐๐ คน ที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน
                ดังนั้น   โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษาจึงอยู่ในวัดพระเชตุพนมายาวนานตั้งแต่สมัยสมเด็จป๋า จนถึงปัจจุบันนี้  ก็เพราะจิตวิญญาณของท่านและเจ้าอาวาสแต่ละองค์รักษาสืบมา และท่านเห็นความสำคัญของการศึกษาที่พัฒนาจิตใจคน ส่วนด้านวัตถุก็ดูแลรักษาในฐานะที่จะนำเอาผลประโยชน์มาใช้เพื่อบำรุงและพัฒนาการศึกษาที่มีอยู่ในวัดให้เจริญพัฒนาและยกระดับให้ดีขึ้น  ฉะนั้น เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนทุกท่านได้ตระหนักและรับผิดชอบมรดกทางการศึกษาที่บรรพบุรุษมอบให้ไว้เพื่อฝึกฝนอบรมคนที่จะเป็นศาสนทายาทในพระพุทธศาสนาและเป็นคนดีของชาติสืบต่อไป
                จึงของฝากผู้มีส่วนในการบริหารวัด มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายเรื่องการศึกษาก็อย่าลืมโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษามรดกอันน้อยนี้ไว้ด้วย ช่วยกันบริหารใส่น้ำใส่ปุ๋ยให้เจริญวัฒนาถาวรสืบต่อไป ในโอกาสที่โรงเรียนได้ดำเนินมาครบรอบ ๖๐ ปี ก็ให้มีอายุยืนยาวนานเป็นร้อยปีต่อไปพร้อมกับการพัฒนาให้สมคุณค่าที่อยู่มานาน ให้ผ่านพบประสบผลในการประกันคุณภาพ ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย ถ้าเป็นคนก็คงมีประสบการณ์เลิศล้ำ วัดพระเชตุพนและคณะครูบาอาจารย์ทุกท่านได้ช่วยกันสืบทอดเจตนารมณ์และให้ความเมตตาต่อพระภิกษุสามเณรลูกศิษย์ให้มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนและพัฒนาตนให้มีปัญญาและวาสนาดีงามที่จะได้ช่วยกันรักษาชาติ ศาสนาและสถาบันการศึกษาให้เป็นมรดกของวัดพระเชตุพนสืบต่อไปนานเท่านานและขอฝากลูกศิษย์ที่เป็นนักเรียนทุกรูปอย่าได้ประมาทมัวเมาหลงเพลินเดิมตามโลกไซเบอร์ อินเตอร์เน็ต เล่นเกมส์จนเสียเวลาและทำลายตนเองจนเสียอนาคต จงหมั่นขวนขวายพยายามหาความรู้และกตัญญูต่อวัดและโรงเรียนที่ตนอาศัย เพื่อจะได้เป็นคนดีมีความรู้เป็นครูเขาต่อไปในอนาคตอย่างรุ่นพี่ๆ ของเราได้ทำเป็นตัวอย่างไว้มากมาย  เมื่อเรากลับไปบ้านจะได้องอาจ ไม่ขี้ขลาดให้ใครเขาเหยียดหยาม  ดังคำกลอนสอนใจเป็นคติสืบมาว่า

ตั้งใจเรียนเพียรให้แน่คำแม่สั่ง                 จึงเป็นดั่งพลังใจให้ฝึกฝน
เรียนเถิดลูกเพื่อวันหน้าค่าของคน                           เรามันจนเรียนให้ได้ตายชั่งมัน
ไม่สูงเยี่ยมเทียมเท่ากับเขาอื่น                                   อย่ากลับคืนบ้านเก่าให้เขาหยาม
จงตั้งหน้าตั้งตาพยายาม                                             ให้สมความปรารถนามารดาเรา
จากบ้านนอกออกมาสู่เมืองหลวง                            ความมุ่งหวังทั้งปวงคือศึกษา
ฝึกฝนตนให้เจริญและพัฒนา                                   เพื่อเปลี่ยนค่าชีวิตคนให้พ้นพาล

พระมหาวรชัย      ติสฺสเทโว ผศ.
รองคณบดีคณะพุทธศาสตร์
รองผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดพระเชตุพน
อดีตรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มจร. วัดพระเชตุพน
พฤศจิกายน  ๒๕๕๒

 

 

 
 

 

 
   
 

โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
วัดพระเชตุพน ตึกสันติวัน ถ.สนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม 10200
โทร.0-2222-6816,08-4466-7074, แฟกซ์ 0-2222-6816, e-mail baleesatit@hotmail.com
Copyright 2009 © www.baleesathit.com