ความจริงไม่ใช่ความฝัน สิ่งที่มีคือความจริง
************************
                    คนเรามีสิทธิ์ที่จะฝัน แต่ความฝันนั้นจะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่ความเพียรพยายาม แต่ถ้าความเพียรนั้นไม่มีทุน ความฝันนั้นอาจจะไม่สำเร็จ แต่เราควรทำให้ดีที่สุด อย่างน้อยเราก็ได้ทำในสิ่งที่เรารัก ความฝันของผมสมัยเด็ก คือ อยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติซึ่งอาจจะดูยากเกินไปหรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย แต่ผมก็พยายามทำสิ่งที่คิดนั้นให้ดีที่สุด เพื่อสักวันหนึ่งสิ่งที่ผมคิดฝันไว้จะได้เป็นความจริง สุดท้ายความฝันก็มาถึงนั้นคือผมได้เป็นนักกีฬาของกิจกรรมกีฬาสีโรงเรียน และ นักฟุตบอลของหมู่บ้านเท่านั้น ถึงจะเป็นเพียงนักฟุตบอลที่ไม่ได้ไปไกลถึงทีมชาติหรือนักฟุตบอลตามสโมสรต่าง ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความฝันนั้น สัมผัสไม่ได้เพราะอย่างน้อยวัยเด็กอย่างผมก็ได้เป็นนักกีฬาของกิจกรรมกีฬาสีโรงเรียนและของหมู่บ้าน ซึ่งผมคิดว่านั้นคือความสำเร็จส่วนหนึ่งของความฝันบนเส้นทางความจริงของชีวิตที่เกิดขึ้นจริงและสัมผัสมันได้
                    ด้วยเหตุทางบ้านไม่สามารถที่จะส่งให้ผมเรียนหนังสือต่อได้ ชีวิตผมเลยพลิกผันจากเด็กน้อยที่คิดว่าอยากเป็นนักฟุตบอล กลับต้องเปลี่ยนมาอยู่ใต้ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ในพระพุทธ ศาสนา ทางบ้านได้ส่งผมมาบวชเณร เพื่อเรียนหนังสือศึกษาต่อในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ผมจึงต้องมาบวชเณรเพราะผมมองว่าอนาคตเพื่อการศึกษาสำคัญกว่าความฝันและที่สำคัญเราควรอยู่กับความจริงไม่ใช่ความฝัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรามาบวชเณรแล้วจะไม่สามารถมีความฝันได้ อย่างน้อยไม่ได้เป็นนักฟุตบอลของทีมชาติแต่ผมก็ยังรักและชอบเล่นฟุตบอล  เราควรมุ่งมั่นเพื่ออนาคตการศึกษามากกว่า เมื่อได้มาบวชผมจึงได้ มีความฝันใหม่ ๆเข้ามา ถึงจะไม่ใช่นักฟุตบอลก็ตาม แต่คนเราไม่ควรที่จะฝันอะไรเกินตัว ผมมาบวชผมได้คิดว่าการบวชถึงจะไม่ได้ไปเที่ยว เหมือนเด็กข้างนอกแต่เราก็ได้เปรียบตรงที่เรามีโอกาสที่จะศึกษาหาความรู้มากกว่าเพราะว่าทางธรรมไม่ได้ปิดกั้นการศึกษาแต่อย่างใด และที่สำคัญทางธรรมไม่มีสิ่งยั่วยุล่อใจเหมือนสังคมนอกวัดการที่ผมมาบวชเรียนทำให้ได้คิดอะไรมากมายที่เป็นผู้ใหญ่ เหมือน ได้โตขึ้นมาพร้อม ๆ กับพระพุทธศาสนาที่สั่งสอนให้ผมเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ผมได้คิดว่าการที่เรามาบวชเรียนในพระพุทธศาสนาทำให้เรามีอนาคตมากกว่าที่อยู่โลกภายนอก แต่ไม่ได้หมาย ความว่าโลกภายนอกจะไม่ดี เพราะทางพระพุทธศาสนาได้ให้โอกาสกับผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนต่อได้เข้ามาเรียนในพระพุทธศาสนาแทน เพื่อจะได้ศึกษาให้จบตามที่ต้องการ เหมือนกับว่าพระพุทธศาสนาได้ให้อนาคตใหม่กับพวกเราหลาย ๆ คน
                    หลังจากผมได้มาบวชและได้เข้ามาศึกษาที่โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จากที่มีความคิดแบบเด็ก ๆ แต่เมื่อได้มาเริ่มศึกษาที่ โรงเรียนที่สอนให้ผมมีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม และมีทัศนคติที่ดีๆหลายประการ ผมได้เรียนรู้เหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป  ไม่ได้ด้อยไปกว่าเด็กข้างนอกเลยแม้แต่น้อย อยู่ที่เราจะศึกษาสิ่งนั้นอย่างตั้งใจจริงหรือไม่ ผมเคยคิดเสมอว่าถ้าจบ ม. ๓ จะลาสิกขา เพื่อไปศึกษาต่อข้างนอกแต่วันเวลาที่ผ่านไปทำให้คิดว่าการที่เราอยู่ยังนี้ก็ดีกับตัวเอง เป็นประโยชน์กับตัวเราเอง และที่สำคัญช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวได้มากขึ้น ผมคิดว่าการที่ได้มาบวชเรียนในพระพุทธศาสนาจะทำให้ผมโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และยังสามารถช่วยเหลือทางบ้านได้ ถึงจะช่วยได้ไม่มากนักแต่อย่างน้อยก็ได้เป็นการตอบแทนพระคุณท่านที่มีอุปการะต่อผม (ผมอยู่กับตาและยาย) ตอนเด็ก ๆ ผมฝันว่าอยากได้นั่นอยากได้นี่ แต่ไม่สามารถซื้อเองได้ แต่ปัจจุบันผมสามารถซื้อของที่อยากได้ด้วยตนเองและได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองทำให้ของสิ่งนั้นมีคุณค่ามาก ถึงจะเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม และนับตั้งแต่บัดนี้ไป แม้ความฝันผมจะไม่ใช่นักฟุตบอล (ทีมชาติ) เหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะถึงจะไม่ได้เป็นนักฟุตบอลแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมไม่รักกีฬาฟุตบอลและไม่อยากเล่นฟุตบอล ถ้าภาวะเอื้ออำนวยต่ออนาคต ผมก็เล่นฟุตบอลเพื่อสุขภาพ แต่ความฝันเพื่ออนาคตทางการศึกษาต้องเป็นจริงและสัมผัสได้คือการต้องได้รับปริญญา (ตรี,โท,เอก) ไปฝากให้กับครอบครัวที่ผมรักมากที่สุด..........เจริญพร
 
                                                                                            สามเณร ทินพล สันติชัยณรงค์  ม.๓/๒
                                                                                                  รองประธานนักเรียนฝ่ายวิชาการ
                                                                                                      โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มจร.