ประวัติการก่อตั้ง
 
สภาพปัจจุบันโรงเรียน
 
ปูชนียบุคคล
 
ผู้บริหาร
 
คณาจารย์
 
ทำเนียบผู้อำนวยการ
 
ทำเนียบนักเรียน
 
วิสัยทัศน์โรงเรียน
 
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
 
ข้อมูลบุคคลากร
 
เอกสารสำคัญ
 
โครงสร้างหลักสูตร
 
ปฎิทินการศึกษา
 
กรรมการนักเรียน
 
หนังสืออนุสรณ์
 
ภาพกิจกรรม
 
ศิษย์เก่าตัวอย่าง
 
เว็บบอร์ด
 
แผนที่ตั้ง
 
ติดต่อ
     
 
     
 
๓๖ แผนที่ชีวิตพ่อ
 
หลักการบริหาร
 
กลยุทธ์ในการสร้างมนุษย์ฯ
 
สูงสุดกลับสู่สามัญ
 
ลอยลม
 
โรยริน
 
พ่อคนใหม
 
หนึ่งในดวงใจข้าพเจ้า
 
มรดกทางการศึกษา
 
จากท้องนาสู้ฟ้าบางกอก
 
ความจริงไม่ใช่ความฝัน ฯ
 
งานห้องสมุด
 
รวมบทความทั้งหมด
     
 
 
 

หลักการบริหาร  (แบบครอบครัว)
*****

ในวาระครบ  ๕ รอบ  ๖๐  ปี  โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  เวียนมาบรรจบครบ  รุ่นที่  ๕๖  แล้ว ครับ  ๖๐ ปีนั้นเมื่อมองดูอดีตแล้วก็นานโขที่เดียว  ถ้าเป็นนักเดินทางก็คงเดินทางได้ไกล หลายลี้ (ภาษิตจีน)  ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานอย่างโชคโชน  ๖๐ ปีถ้าเป็นคนก็คงใกล้ถึงฝั่งที่หมายแล้ว (ความตาย )  นั่นเอง  เห็นแสงรำไรที่ปลายเมรุ เห็นแสงพยับแดดอันร้อนเพร่าบนทางลาดยางที่อยู่ข้างหน้าเหมือนมีแอ่งน้ำรอคอยอยู่สำหรับผู้กระหายแต่เมื่อเราใกล้เข้าไปก็พบว่ามีแต่ความว่างเปล่าเหมือนคนเดินทางไกลในทะเลทรายต้องการน้ำเพื่อดับความหิวกระหายแต่ไม่มีน้ำที่ต้องการ  รอคอยความตายอย่างเดียว เปรียบโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษาก่อตั้งมานาน  ๖๐ ปีแล้ว ถ้ายังขาดเป้าหมายที่แน่นอนก็คงต้องเหมือนกับคนที่เดินทางกลางทะเลทรายฉันนั้น
                ๖๐ ปีที่ผ่านมาโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษาได้ผลิตลูกศิษย์ลูกหาออกไปสู่สายตาชาวโลกเป็นจำนวนมากมีความสำเร็จในชีวิตทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม มีหน้าที่การงานประกอบอาชีพที่ตนเองถนัด ช่วยกันพัฒนาประเทศชาติและสังคมให้เจริญก้าวหน้าเป็นที่เชิดหน้าชูตา ซึ่งเป็นการยกระดับสถาบันโรงเรียนบาลีสาธิตของเราให้เป็นที่รู้จักกับสาธารณชนต่อไป  ก็ขอแสดงความยินดีและอนุโมทนาด้วยความจริงใจ  ขอให้ลูกศิษย์ทุกคนจงประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานตลอดไป
                ครับกระผมในฐานะเป็นบุคลากรของโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  รูปหนึ่ง ในระดับผู้บริหารมีประสบการณ์ในการทำงานปฏิบัติหน้าที่อยู่กับองค์กรนี้มาเป็นเวลานานกว่า  ๒๐ ปี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๐  เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสมัยก่อนหน้าที่ก็ยังไม่สำคัญอะไรมากนักเป็นเพียงอาจารย์สอนตามปกติ และได้รับมอบหมายจากทางโรงเรียนให้เป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยเกี่ยวกับนักเรียน (คือฝ่ายปกครองมาตลอดนั่นเอง ) ก็ทำหน้าที่เป็นไปตามปกติ
                แต่ปัจจุบันได้พัฒนาขึ้นเป็นผู้บริหารเกี่ยวข้องกับองค์กร จึงมีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น  ในฐานะผู้บริหารรูปหนึ่ง มองเห็นว่าหลักการบริหารที่ดีนั้นผู้บริหารจะต้องมีวิสัยทัศน์ มีพันธกิจมองให้ไกล  กล้าคิด  กล้าทำ  กล้าเปลี่ยนแปลง  ต้องมองการบริหารให้ละเอียด (ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ )มองข้ามช็อต  มองหลายชั้น  เปรียบเสมือนการเล่นหมากรุกผู้เล่นจะต้องดูคู่ต่อสู้ดูการเดินหมากของคู่ต่อสู้ว่าถนัดในเรื่องอะไร มองความสำคัญของตัวหมากในกระดานทุกตัวมีหน้าที่ มีความสำคัญอย่างไร แต่ละตัวมีความสำคัญในตัวของมันเอง ทั้งเบี้ย  ทั้งเม็ด  ทั้งโคน  ทั้งม้า  ทั้งเรือ  และที่สำคัญคือตัวขุน  (เปรียบเสมือนของตัวองค์กร ของโรงเรียนและบุคลากรทั้งหมด)  มีส่วนประกอบอะไรบ้าง  สำคัญอย่างไร ต้องรักษาดูแล  ต้องป้องกัน กำจัด ทุกรูปแบบ ต้องเรียนผูกเรียนแก้  แก้สถานการณ์เฉพาะหน้า  กล้าตัดสินใจในสภาวะที่คับขัน  กล้าพูดกล้าคิด  กล้าเปลี่ยนแปลง  นักบริหารจะต้อง มี   ( อตฺตาหิ  อตฺตาโน   นาโถ   ตนแลเป็นที่พึ่งของตนเสียก่อน) และต้องมีจิตสำนึกในการบริหารว่าจะทำให้องค์กรของตนมีความเจริญก้าวหน้าและปลอดภัยในทุกส่วนของหน่วยงานอย่างไร มีการติดตามสอดส่องผลงานภายในองค์กรทุกส่วน  จะต้องคิดทำให้เกิดเป็นรูปธรรมให้ได้อย่าคิดแบบนอนหลับแล้วฝันมันไม่เกิดประโยชน์ ต้องคิดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่การพัฒนาในทุกด้าน ทั้งคน ทั้งวัตถุ ควบคู่กันไป
                ถ้าองค์กรใดมีหลักการบริหาร (แบบครอบครัว) คือภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นระดับประเทศ ระดับท้องถิ่น ระดับหมู่บ้านหรือระดับครอบครัวผู้บริหารจะต้องมีความกล้า กล้าใช้ทั้งพระเดช พระคุณควบคู่กันไปจึงจะประสบความสำเร็จ แต่ถ้าใช้หลักการบริหาร (แบบครอบครัว) แบบพี่แบบน้องช่วยกันคิดช่วยกันทำคิดหาทางสร้างสรรค์ให้กับองค์กร มีคณะบุคคลผู้ร่วมงานไม่ว่าจะเป็นคนในตระกูลตัวเองวงศาคณาญาติ มาร่วมกันบริหาร อาจจะทำให้องค์กรเกิดความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จก็ได้  แต่ถ้าผู้ร่วมงานบริหารแบบครอบครัวมีความคิดว่า  เรือล่มในหนองแล้วทองจะไปไหน  ทำก็ได้  ไม่ทำก็ได้ เพราะผู้บังเกิดเกล้าเป็นเจ้าของ เราเป็นลูกจะทำมากทำน้อยเมื่อแบ่งสมบัติแล้วต้องได้เหมือนๆกัน เมื่อความคิดเป็นเช่นนี้ ก็จะทำให้ผู้ร่วมงาน ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม แต่จะคอยความหวังในการแบ่งสมบัติกันเท่านั้น คิดแบบนี้องค์กรอยู่ไม่นาน  (โธ่! เจ้าข้าเอ๋ย งานไม่ทำแต่จะเอาความดีความชอบ รอคอยแต่ส่วนแบ่งผลประโยชน์อย่างเดียว, สัตว์ไม่โปรด  โบสถ์ไม่ลง  จะเอาอานิสงส์มาจากไหน)
                แต่ปัญหาและอุปสรรค์ในการบริหารจะเกิดขึ้นเสมอ ในการบริหารแบบครอบครัว คือ ความอิจฉาริษยาความชิงดีชิงเด่น ความลำเอียงของผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ร่วมงาน ในลักษณะรักลูกไม่เท่ากันจะแบ่งทรัพย์สมบัติหน้าที่หรือกิจการให้กับลูกตัวเองรักมากกว่าคนที่ตัวเองไม่ค่อยจะโปรดสักเท่าไรปัญหาจะตามมาคือ การตัดญาติขาดมิตรในวงศ์ตระกูล  เข่นฆ่ากันในตระกูลของตัวเอง จะค่อยกลั่นแกล้ง คอยใส่ร้ายกันตลอดเวลา  ในลักษณะคนทำไม่พูด คนพูดไม่ทำ คอยนินทาปลุกปั่นสร้างกระแส ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นตลอดต่างคนต่างระแวงซึ่งกันและกันตลอด การบริหารแบบนี้ถ้าเป็นองค์กรใดก็ตาม  เตรียมกินของเก่าเถอะล่มสลายแน่นอน
                การบริหารแบบครอบครัว  คือการบริหารแบบเล่นกีฬา  เซปักตะกร้อ  ต้องเล่นเป็นทีมเวิร์ค จึงจะชนะคู่ต่อสู้ ต้องสมานสามัคคีกันรู้ใจกันอย่าอวดเก่งคนเดียวชนิดแบบชงเองกินเองแบบชงกาแฟคงไม่ได้ ตะกร้อนั้นชงเองทำคะแนนเองก็ได้ ถ้าได้คะแนนเพื่อนในทีมก็จะชื่นชม คนดูคนเชียร์ก็ชื่นชม หาว่าเก่งมีความสามารถ แต่ถ้าหากพลาดท่า  ทำคะแนนเสียทำให้ทีมแพ้เพื่อนในทีมก็ด่า คนชมก็ด่า เปรียบเสมือนการทำการบริหาร แบบครอบครัวก็ในลักษณะเดียวกัน ทำดี บริหารดี ธุรกิจประสบผลสำเร็จคนในครอบครัวก็อยู่อย่างมีความสุข  แต่ถ้าพลาดขาดทุน ธุรกิจเสียหาย ก็จะทำให้ครอบครัวเดือดร้อนกันไปทั่ว  นี้แหละการบริหารแบบครอบครัว  มีทั้งข้อดี และข้อเสียขนานควบคู่กันไป  ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะต้องตัดสินใจอย่างไร  จึงจะทำให้เหตุการณ์นั้นผ่านไปด้วยดี
                เพราะฉะนั้นหลักการบริหารของผู้บริหารจะแบบใดก็ได้  ผู้บริหารจะต้องมีวิสัยทัศน์กล้าคิด กล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลง สร้างทีมงานให้เข็มแข็ง หาทีมเวิร์คที่มั่นคงทำงานเป็นทีมมีหลักธรรมาภิบาลในการบริหาร มีคุณธรรม  มีความโปร่งใส  มีความรับผิดชอบ มีส่วนร่วม มีนิติธรรม และมีความคุ้มค่า มีจรรยาบรรณในอาชีพของตนเอง มีความกล้าในการตัดสินใจ มองการบริหารด้วยใจเป็นธรรม สร้างสรรค์ ผู้บริหารที่ดีนั้นจะต้องนอนคว่ำ  เมื่ออยู่ในที่สูง ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดีจะต้องนอนหงายเมื่ออยู่ที่ต่ำจึงจำทำให้การบริหารเกิดความเรียบร้อยเป็นระบบ เป็นกลาง เป็นธรรม ผู้ร่วมงานเกิดความ อบอุ่นทุ่มเทและจะทำให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ บรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการ และมีความสุข ตลอดจนทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้า พัฒนาอย่างไร้เทียมทานต่อไป
               
ตบท้ายด้วยคติเตือนใจ “ทั้งชอบทั้งชังเป็นอนิจจังทั้งคู่”

 

                                                                                             พระมหามนตรี     วิสุทฺธิมนฺตี
                                                                                             รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง

 

 

 
 

 

 
   
 

โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
วัดพระเชตุพน ตึกสันติวัน ถ.สนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม 10200
โทร.0-2222-6816,08-4466-7074, แฟกซ์ 0-2222-6816, e-mail baleesatit@hotmail.com
Copyright 2009 © www.baleesathit.com